
2023-05-03 16:29:24

สิวที่หลัง (Back acne หรือ Bacne) คือ ลักษณะของสิวที่ขึ้นบริเวณหลัง โดยมักจะเป็นสิวประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผดที่หลัง เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่การเป็นสิวที่หลังเกิดจากหลายๆ สาเหตุทั้งฮอร์โมน ความเครียด สิ่งสกปรกต่างๆ จนทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน หรืออาจเป็นผู้ที่แพ้เหงื่อตัวเองก็มีส่วนทำให้สิวขึ้นหลังได้ ทำให้แต่ละคนมีความรุนแรงของสิวที่แตกต่างกันออกไป บางคนอาจสิวขึ้นที่หลังมาก บางคนอาจขึ้นที่หลังน้อย ในบางกรณีผู้ที่เป็นสิวที่หลังมักจะมีสิวบริเวณที่ใกล้เคียงร่วมด้วยอย่างเช่นสิวที่หน้าอก และสิวที่หัวไหล่ เป็นต้น
หลายคนอาจมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิวว่าการเกิดสิวทุกประเภทนั้นเป็นเพราะไม่ดูแลความสะอาดให้ดีพอ แต่จริงๆ แล้วการเกิดสิวมีปัจจัยหลายอย่าง สิวที่หลังก็เช่นกัน ก่อนจะไปดูรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับสิวที่หลัง เรามาดูสาเหตุกันก่อนดีกว่าสาเหตุสิวที่หลังเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง
ปัจจัยภายในร่างกายถือเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวที่หลัง ซึ่งแต่ละคนที่เป็นสิวที่หลังอาจเกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง เช่น
นอกจากปัจจัยภายในแล้ว ยังมีปัจจัยภายนอกที่อาจกระตุ้นให้เกิดสิวที่หลัง ซึ่งได้แก่

หลาย ๆ คนคงจะประสบกับปัญหาสิวที่หลังเยอะมาก แต่รู้หรือไม่ว่าที่หลังของเรานั้นอาจจะไม่ใช่สิวประเภทเดียวกัน เพราะสิวที่หลังมีหลายประเภทแบ่งตามลักษณะของสิวแต่ละชนิด หากเราทราบถึงสิวแต่ละประเภทแล้ว แล้วก็จะสามารถทราบได้ว่าสิวที่หลังรักษาได้อย่างไร แล้วจะแก้สิวที่หลังอย่างไร
ชนิดของสิวที่หลังชนิดแรก คือ สิวหัวขาวมีลักษณะเป็นสิวอุดตันแบบหัวปิด โดยสีขาวที่ปรากฏคือไขมันและสิ่งที่อุดตันอยู่ในรูขุมขน ส่วนมากสิ่งที่อุดตันสำหรับสิวหัวขาวมักจะเป็นเซลล์ผิวที่ตายแล้วและหลุดลอกออกไปตกค้างอยู่ในผิว โดยส่วนใหญ่แล้วสิวอุดตันหัวขาวเกิดขึ้นได้ทั้งจากปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก ซึ่งมักจะเกิดในบริเวณแก้มและหน้าผาก แต่อย่างไรก็ตามอาจเกิดสิวที่หลังได้เพราะบริเวณหลังมีความอับชื้นจากการใส่เสื้อผ้าบางชนิด หรือมีเหงื่อออกบ่อยๆ ในขณะทำกิจกรรม ก็สามารถทำให้เกิดสิวอุดตันหัวขาวขึ้นได้เหมือนกัน
สิวหัวดำ มีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็กมีจุดสีดำตรงกลาง โดยสีขาวที่ปรากฏคือไขมันที่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและเปลี่ยนเป็นสีดำ จึงมีลักษณะคล้ายสิวเสี้ยนที่หลัง ซึ่งสิวหัวดำถือเป็นสิวอุดตันประเภทหัวเปิด โดยการเกิดสิวที่หลังอย่างสิวหัวดำนั้นจะเกิดขึ้นจากสาเหตุการอุดตันของน้ำมันที่ต่อมไขมันผลิตออกมามากเกินไปที่อาจปนไปกับเหงื่อบนผิวหนัง หรือแม้กระทั่งความเครียด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เป็นต้น
สิวที่หลังอีกหนึ่งประเภท คือ สิวอักเสบแบบตุ่มนูนแดงจะมีลักษณะเป็นสิวสีชมพูขนาดเล็ก มักเกิดจากสิวอุดตันที่อักเสบ ดังนั้นจะมีความไวต่อการสัมผัส ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสิวประเภทดังกล่าวเนื่องจากอาจทำให้ติดเชื้อและอักเสบรุนแรงขึ้นได้ ไม่ควรบีบ แคะ แกะเกาสิวเมื่อเป็นสิวที่หลังในลักษณะนี้ เพราะอาจทำให้รอยสิวตามมาทักทายได้
สิวอักเสบแบบหัวหนองเป็นสิวอักเสบที่มีหัวหนองเป็นสีขาว ซึ่งสิวชนิดนี้เมื่อเป็นสิวที่หลังหลายคนจะรู้สึกเจ็บบริเวณผิวที่เป็นสิวเมื่อไปโดน หรือสัมผัสเข้า เนื่องจากอาการอักเสบและบวมแดงของสิวชนิดนี้ โดยแนะนำว่าหากเป็นสิวที่หลังประเภทนี้ไม่ควรบีบ แคะ แกะ เกา เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อและอักเสบรุนแรงกว่าเดิมได้
สิวที่หลังอีกหนึ่งชนิด คือ สิวอักเสบแดงแบบก้อนลึกเป็นสิวอักเสบขนาดใหญ่อยู่ภายใต้ผิวหนัง หรือที่เรียกกันว่า สิวเป็นไต หรือ สิวไม่มีหัว มีลักษณะที่แข็ง อักเสบ ไม่มีหัว อาจมีอาการ เจ็บ ปวด คัน ร่วมด้วย โดยสิวประเภทนี้เป็นสิวที่ใช้เวลาในการรักษานาน และไม่ควรกดหรือบีบสิว เพราะจะยิ่งทำให้ผิวบริเวณนั้นช้ำ ทิ้งรอยมากขึ้นกว่าเดิมได้
สิวที่หลังประเภทสุดท้ายคือ สิวหัวช้าง ซึ่งมีขนาดใหญ่ มีหนองและอาจมีอาการเจ็บ ปวดสิวร่วมด้วย ไม่ควรบีบ แคะ แกะ เกาสิวหัวช้างเนื่องจากเป็นสิวระดับรุนแรงในชั้นผิวหนังแท้ และยังมีแนวโน้มทิ้งรอยแผลและเกิดแผลเป็นได้ง่าย เนื่องจากสิวหัวช้างมีขนาดใหญ่และไม่มีหัวสิว ทำให้ต้องใช้วิธีรักษาที่ละเอียดซับซ้อนกว่าสิวชนิดอื่นๆ
นอกจากนี้อาจจะเกิดปัญหาผิวอื่น ๆ ที่หลังได้เช่นกัน เช่น สิวเสี้ยนที่หลัง ผื่นคันที่หลัง สิวผด เป็นต้น

สำหรับวิธีการรักษาสิวที่หลังนั้นจะมีความคล้ายกับการรักษาสิวอื่น ๆ คือเน้นไปที่การรักษาความสะอาด และใช้ยาทาสิวที่หลังร่วมด้วยก็จะช่วยแก้สิวที่หลังได้ นอกจากนี้ยังสามารถรักษาร่วมกับวิธีอื่นเพื่อที่จะได้เห็นผลลัพธ์ที่ดี เช่น ทานยารักษาสิว สครับผิว เป็นต้น การรักษาสิวที่หลังจะได้ผลดีที่สุดเมื่อมีวินัยรักษาความสะอาด และใช้วิธีการรักษาสิวที่หลังหลายรูปแบบควบคู่กันไปดังนี้
การรักษาสิวที่หลังในรูปแบบการใช้ยามีทั้งแบบชนิดการใช้ทาภายนอก และวิธีการใช้ยาแบบรับประทาน โดยการใช้ยารักษาสิวที่หลังนั้นจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลขอแพทย์และเภสัชกร ซึ่งการใช้ยารักษาสิวที่หลังโดยใช้ยาแต่ละแบบมีดังนี้
การใช้ยาทาเฉพาะที่ (ใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง)
การใช้ยารักษาสิวที่หลังมีอยู่หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นยารักษาสิวทั่วไป หรือผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อการรักษาสิวหลังโดยเฉพาะ มักมีรูปแบบสเปรย์รักษาสิวที่หลังเพื่อให้ยากระจายทั่วแผ่นหลังได้ดี โดยทั่วไปแล้วยารักษาสิวสามารถรักษาสิวที่หลัง 2 อาทิตย์ได้ ใช้เวลาไม่นาน หรือสามารถเลือกใช้ยาทาเฉพาะที่ก็ได้ เช่น
แต่การใช้ยาทาเฉพาะที่ดังกล่าวเพื่อรักษาสิวที่หลังนั้นควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนังเนื่องจากตัวยาแต่ละชนิดเป็นสารที่ค่อนข้างรุนแรงต่อผิว และสภาพผิวของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้ยาดังกล่าวร่วมกับยาชนิดอื่นด้วย ควรมีการปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสอบสภาพผิวก่อนการใช้ยา ไม่งั้นจากการลดสิวที่หลัง อาจจะทำให้สิวที่หลังเพิ่มขึ้นแทน
การใช้ยารับประทาน (ใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง)
การรักษาสิวที่หลังโดยใช้ยารับประทานจะเป็นการใช้ในกรณีที่มีเป็นสิวที่หลังจำนวนมาก โดยเฉพาะสิวอักเสบ สิวหัวหนอง ซึ่งรักษาสิวที่หลังโดยใช้ยารับประทานนั้นจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ว่าควรรับประทานในปริมาณเท่าไหร่ ที่สำคัญยาบางชนิดอาจมีผลข้างเคียงในขณะรับประทาน และไม่เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์อีกด้วย จึงทำให้การรักษาสิวที่หลังด้วยวิธีนี้ไม่สามารถซื้อยามารับประทานเองได้ โดยตัวอย่างยาที่ใช้ในการรับประทานเพื่อรักษาสิวนั้นมีดังนี้
การเลเซอร์รักษาสิวที่หลังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่รักษาสิวที่หลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังใช้เวลาไม่นานก็เห็นผลลัพธ์ที่ดีได้ แต่ก็ยังต้องรักษาควบคู่ไปกับการใช้ยารักษาสิวที่หลังไปด้วย โดยมีเลเซอร์ให้เลือกหลากหลายรูปแบบ สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม และความสะดวกได้ดังนี้

การป้องกันไม่ให้เกิดสิวที่หลังเลยอาจทำได้ยากด้วยปัจจัยการเกิดสิวที่อยู่นอกเหนือการควบคุม เช่น ระดับของฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ ดังนั้นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุดและได้ผลที่สุดคือการลดแนวโน้มการเกิดสิว หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดสิว เพื่อเป็นการลดโอกาสการเกิดสิวที่หลัง
ขั้นแรกของการป้องกันสิวที่หลังคือการสระผมอย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้ผมมีความมันสะสมโดยเฉพาะผู้ที่มีผมยาว เนื่องจากผมที่มีความมันอาจมีสิ่งสกปรกสะสมตกค้างและอุดตันในผิวได้จนนำไปสู่การเกิดสิวที่หลังได้ การสระผมอย่างสม่ำเสมอทั้งในผู้ที่มีผมสั้นและผมยาวจึงเป็นขั้นตอนการป้องกันการเกิดสิวที่หลังอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญ
อาบน้ำหลังออกกำลังกาย การออกกำลังกายมักทำให้เหงื่อออกโดยเฉพาะบริเวณหลัง การอาบน้ำหลังออกกำลังกายจะช่วยลดแนวโน้มเหงื่ออุดตันในผิว ช่วยลดแนวโน้มการเกิดสิวที่หลังได้
สาเหตุหนึ่งในการเกิดสิวที่หลังคือการละเลยการทำความสะอาดหลัง เนื่องจากหลังเป็นบริเวณที่อาจล้างได้ยาก การใช้อุปกรณ์ช่วยทำความสะอาด เช่น แปรงขัดหลัง สครับขัดหลัง เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการรักษาความสะอาดหลังให้เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น พร้อมทั้งยังสามารถทำความสะอาดได้อย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญยังช่วยป้องกันการเกิดสิวที่หลังไม่ให้ขึ้นจนหมดความมั่นใจ โดยสามารถเลือกแปรงที่มีความนุ่มเพื่อเป็นการทำความสะอาดรูขุมขนแต่ก็ยังถนอมผิวในเวลาเดียวกันได้
การใส่เสื้อผ้าหลวมๆ หากเหงื่อออก และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่อับชื้นเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนในการป้องกันการเกิดสิวที่หลัง เพราะการใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นทำให้ผิวเกิดความอับชื้นในร่มผ้าได้ หรือหากใส่เสื้อผ้าที่มีขนาดพอดีไปจนถึงหลวมแต่กลับอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง เช่น ใช้เครื่องทำความชื้นมากเกินไป หรือเป็นฤดูฝนที่ฝนตกติดต่อกันเป็นระยะเวลานานหลายวันจนเกิดความอับชื้น ผิวจะเกิดการอุดตันเหงื่อได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมจนนำไปสู่การเกิดสิวที่หลังได้
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ผื่นแพ้เสื้อผ้า ตอนนี้!
การขัดผิวอย่างอ่อนโยน เพราะการขัดผิวด้วยความรุนแรงหรือใช้อุปกรณ์อย่างแปรงขัดหรือสครับขัดผิวที่หยาบเกินไปอาจบาดผิว ทำให้รูขุมขนเกิดความระคายเคืองและอักเสบเป็นสิวที่หลังได้ การขัดผิวอย่างอ่อนโยนจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไปไม่เสี่ยงอุดตันจนเกิดสิวที่หลัง และที่สำคัญยังช่วยถนอมผิวไม่ให้เกิดความระคายเคืองหรืออักเสบอีกด้วย

นอกจากกันป้องกันสิวที่หลังแล้ว หากท่านใดมีสิวที่หลังคงเกิดข้อสงสัยว่าแล้วแบบนี้จะต้องดูแลตนเองอย่างไรบ้างเมื่อมีสิวที่หลัง ทาง Bioderma ไม่รอช้าจึงขอพาไปชมวิธีการดูแลผิวเมื่อสิวขึ้นหลัง ดังต่อไปนี้
เมื่อเป็นสิวที่หลังแล้วการดูแลตัวเอง และผิวบริเวณที่เป็นสิวถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ถึงแม้ว่าผิวบริเวณหลังจะเป็นบริเวณที่สัมผัสกับฝุ่นและมลภาวะน้อยกว่าผิวช่วงใบหน้าจึงมีแนวโน้มปราการผิวที่แข็งแรงกว่า แต่สิวขึ้นหลังแล้วก็ต้องการผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนกับผิวเพื่อป้องกันความระคายเคืองที่อาจเกิดกับผิวได้ ซึ่งเจลสำหรับล้างหน้าก็สามารถใช้ทำความสะอาดหลังและผิวส่วนอื่นที่เป็นสิวได้เช่นเดียวกัน
ต้องฝากถึงคนที่เป็นสิวที่หลังเลยว่าเมื่อสิวขึ้นหลังแล้วมีสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดเลยก็คือการบีบ แกะ สิวที่หลัง บางครั้งการลูบผิวบริเวณหลังอาจสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนูนหรือขรุขระ และหลายคนมักลืมตัวบีบ แกะสิวดังกล่าวได้ การบีบสิว แกะสิวที่หลังอาจเป็นการกระตุ้นให้เกิดสิวเพิ่มเติมในบริเวณใกล้เคียง และที่สำคัญยังทิ้งรอยดำ รอยแผลไว้ให้เห็นบนผิวอีกด้วย
สำหรับใครที่มีสิวที่หลัง รวมถึงคนที่รักษาสิวที่หลังหายขาดแล้วแต่กลับทิ้งรอยไว้ แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมสำหรับการช่วยลดรอย ซึ่งการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติช่วยลดรอยทุกวันจะช่วยให้รอยสิวที่หลังจางลงไวขึ้นได้ และหลังกลับมาเรียบเนียนขึ้นจนใส่เสื้อผ้าเปิดหลังได้อย่างมั่นใจเหมือนเคย
4.สครับผิวที่หลัง
การสครับผิวหลังเพื่อเป็นการเร่งการผลัดเซลล์ผิวจะช่วยให้รอยสิวดูจางลงได้อย่างรวดเร็ว แต่ควรระมัดระวังความถี่ในการสครับหลัง เพราะการสครับหรือขัดผิวที่บ่อยเกินไปอาจเป็นการรบกวนผิว ก่อให้เกิดความระคายเคืองได้ หลายคนคงคาดหวังให้มีการรักษารอยสิวที่หลังภายใน 7 วันแล้วรอยสิวจะหายไป แต่คงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากในการรักษารอยสิวที่หลังแบบเร่งด่วน เพราะการใช้ผลิตภัณฑ์รักษารอยสิวที่อ่อนโยน แต่ค่อยๆ ใช้ระยะเวลาในการรักษา จะเป็นการดีกว่า เพราะไม่สร้างความระคายเคืองให้กับผิวอย่างรุนแรง
ขอแนะนำ oab's soap coffee scrub สบู่สครับกาแฟ โอปโซพ สบู่และสครับกาแฟในก้อนเดียว สำหรับใช้ทำความสะอาดผิวกาย อุดมไปด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ เเละได้รับการรับรองจากแพทย์ผิวหนังว่าไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ขัดสะใจเนียนใสตั้งแต่ครั้งแรกด้วยสบู่และสครับกาแฟในก้อนเดียว จากโอปโซพ ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ลดรอยดำด้าน ทำให้ผิวเนียนนุ่ม แลดูกระจ่างใส



ขอบคุณข้อมูลจาก : www.bioderma.co.th
