0

มัดรวม 10 วิธีทำให้หน้าเด็กกว่าวัย มอบสิ่งที่ดีให้กับตัวคุณ

2022-12-28 14:44:58

#โอปโซฟ #oabs #หน้าเด็ก #หน้าใส

          ใครที่อยากมีใบหน้าที่ดูอ่อนกว่าวัย ไม่อยากให้หน้าเหี่ยว หน้าแก่กว่าวัยแล้วต้องโดนทักว่าป้า ให้รู้สึกเจ็บหัวใจจี๊ด ๆ ต้องมาดูค่ะ รวมวิธีทำหน้าเด็กง่าย ๆ ตั้งแต่วิธีธรรมชาติไปยังวิธีสวยทางลัดด้วยมือหมอ ใครที่ยังอายุน้อย ๆ ก็สามารถทำไดสบายมาก วันนี้เรามี 10 วิธีทำให้หน้าดูเด็กมาฝากค่ะ


1. เลือกสกินแคร์ให้เหมาะกับผิวหน้าของคุณ  



ถ้าอยากดูแลผิวให้อ่อนวัยให้อยู่กับเราไปนานๆ ควรเลือกครีมบำรุงที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน การเลือกครีมนั้นควรเลือกครีมที่ได้รับการรับรองจาก อย. หรือครีมตามเค้าท์เตอร์แบรนด์ที่เชื่อถือได้ แนะนำว่าควรใช้ครีม หรือเซรั่มที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ และลงทุนกับไนท์ครีม ที่ช่วยฟื้นฟูผิวในตอนกลางคืน ควรเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มระดับคอลลาเจนและอีลาสตินให้กับผิว เพื่อให้ผิวตึง กระชับยิ่งขึ้น อย่างการเลือกใช้ 

  ‘Oab's Melt on Skin Moisturizer’ ครีมโอบอุ้มน้ำให้ผิว เนื้อบางเบาด้วยเทคโนโลยี   Phospholipid Light Touch ช่วยนำ 4 สารสกัดจากธรรมชาติ ตรงเข้าสู่ผิวได้ทันที

  • Rainbow Algae สาหร่ายสีรุ่งจากฝรั่งเศส ช่วยยับยั้งการผลิตเม็ดสีของผิว เผยผิวใหม่ดูสว่างกระจ่างใสขึ้น
  • Tahitian Black Pearl Extract สารสกัดจากไข่มุกดำ ช่วยฟื้นบำรุงผิวล้ำลึกในระดับเซลล์ ลดรอยดำ รอยแดง ที่เกิดจากสิว เเละลดความหมองคล้ำของผิวหน้า
  • Spring Sea Water อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินนานาชนิด ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวให้แข็งแรงมากขึ้น
  • Niacinamide วิตามิน B3 ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้เซลล์ผิว ทำให้ผิวชุ่มชื่น แลดูสุขภาพดีหลังใช้ ช่วยให้ผิวเผยความเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ แลดูแข็งแรงสุขภาพดีขึ้น


2. ดื่มน้ำเยอะ ๆ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ




การดื่มน้ำและการออกกำลังกาย ไม่เพียงแต่จะทำให้ร่างกายแข็งแรง แต่สามารถช่วยให้ผิวพรรณดูผ่องใสขึ้นอีกด้วย การดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ วันละ 2-3 ลิตรต่อวัน จะช่วยให้เซลล์อิ่มน้ำ เซลล์ผิวหนัง และเซลล์ร่างกายของเราก็จะไม่แห้งเหี่ยว ใครที่ไม่ชอบน้ำเปล่าก็ลองเป็นน้ำผลไม้แบบไม่ใส่น้ำตาลอย่าง น้ำมะเขือเทศ น้ำผักผลไม้รวมก็ได้นะคะ และทำการออกกำลังกายอย่างคาดิโอ้ ช่วยทำให้เลือดสูบฉีดดี ทำให้ผิวมีเลือดฝาด นอกจากนี้ การออกกำลังกายเป็นประจำก็ทำให้ฮอร์โมนในร่างกายมีความสมดุลมากขึ้นด้วยค่ะ เป็นวิธีเบสิค แต่ได้ผลจริงค่ะ 


3. เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ เลี่ยงอาหารรสจัด 



           อาหารรสจัดอย่างอาหารหวาน เป็นอาหารที่ทำลายคอลลาเจนบนผิวหน้า เพราะน้ำตาลจะไปจับกับโปรตีนและคอลลาเจน ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระที่ทำร้ายผิวออกมา ควรจำกัดปริมาณน้ำตาลในแต่ละวัน นอกจากอาหารรสจัดแล้ว การดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน น้ำอัดลม กินของทอด ของมัน ในปริมาณที่มากเกินไป ก็เป็นสาเหตุในการทำร้ายผิวและทำให้เกิดสิ่งอุดตัน ทำให้เซลล์ผิวของเราทำงานหนักขึ้น เกิดปัญหาผิวได้ 


4. กินวิตามินเสริม

 



วิตามินและแร่ธาตุจะช่วยยับยั้งไม่ให้น้ำตาลเกาะกับโปรตีน แล้วเกิดเป็นสารอนุมูลอิสระขึ้น วิตามินที่สำคัญต่อผิว ได้แก่ วิตามิน B1 และ B6 ถึงแม้จะเป็นวิตามินที่พบได้ในอาหารทั่วไปอย่าง ถั่วลันเตา งา ผักโขม ถั่วชิกพี ถั่วพินโต และเมล็ดทานตะวัน แต่บางคนที่แพ้อาหารจำพวกถั่วก็อาจจะไม่สามารถกินในปริมาณเยอะ ๆ เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่เพียงพอได้ หรือจะเลือกกินวิตามิน C และ E ในอาหารจำพวกเบอร์รี่ ผักและผลไม้ ก็ช่วยให้เซลล์สร้างคอลลาเจนขึ้นมาได้ ถ้าใครไม่ชอบกินผัก จะกินคอลลาเจนกับวิตามินรวมทีเดียวพร้อม ๆ กันก็ได้ค่ะ แต่ควรเลือกกินอย่างใดอย่างหนึ่ง และไม่ควรกินติดต่อกันเกิน 3 เดือน การกินวิตามินเสริม ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ง่ายและสะดวกค่ะ อย่างอาหารเสริมจาก


             NOLA SUPERFOODS เป็นผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Super Foods  ที่มีสารอาหารที่สำคัญและมีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้ง สุขภาพ รูปร่าง และผิวพรรณ     NOLA SUPERFOODS  เป็นเจ้าแรก ในประเทศไทย ที่ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ จากธรรมชาติทั่วโลก มารวมไว้ในผลิตภัณฑ์


5. ทาครีมกันแดดทุกวัน



แสง UV นอกจากจะทำให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้าแล้ว ก็ยังไปทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวเหี่ยวและเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้อีกด้วย ฉะนั้น เราควรจะทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอทุกวัน แม้ว่าจะไม่ได้ออกแดดจัดๆ ก็ตาม เพื่อให้ครีมทำหน้าที่ปกป้องแสงยูวีจากแสงแดด แสงจอคอม และปกป้องผิวหนัง ไม่ให้ผิวเหี่ยวและแก่ไวค่ะ การเลือกครีมกันแดด ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ยิ่งค่าสูงมาก ประสิทธิภาพในการกันรังสี UV ก็ยิ่งสูงตามไปด้วย และควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะถ้าใช้น้อยเกินไปก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการกันแดดลดลงนั่นเองค่ะ แต่ถ้าใช้มากเกินไป ก็อาจจะทำให้รูขุมขนอุดตัน และระคายเคืองผิวได้ และอย่าลืมทาครีมกันแดดที่บริเวณคอด้วยนะคะ


6. เช็ดเครื่องสำอาง และล้างหน้าให้สะอาด 



เครื่องสำอางเป็นสิ่งที่สามารถปกป้องผิวจากมลภาวะภายนอกได้ แต่ถ้าล้างหน้าไม่สะอาด ก็ทำให้เข้าไปอุดตันรูขุมขน ทำให้ผิวระคายเคือง ทำให้เกิดริ้วรอยและทำให้หน้าแก่ก่อนวัยอันควรได้เช่นกัน หลังกลับบ้านมาเหนื่อย ๆ ก่อนที่เราจะนอน ควรใช้คลีนซิ่งที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน เช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางให้หมดจด และล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าอีกทีด้วยความเบามือ ถ้าล้างหน้าสะอาด รูขุมขนก็จะไม่อุดตัน เวลาทาครีม ครีมก็จะซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดี และมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่อย่าล้างหน้า หรือเช็ดหน้าแรงเกินไปนะคะ เพราะการลงน้ำหนักมือหรือการถูหน้าแรงเกินไป จะทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้ค่ะ ฉะนั้น เบามือกันหน่อยน้า และถ้าใครอยากให้รูขุมขนกระชับขึ้น ก็ลองล้างหน้าด้วยน้ำเย็นดูค่ะ 


7. นอนให้พอ และนอนให้ถูกท่า



การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ วันละ 6-8 ชั่วโมง ก็เป็นวิธีที่ให้ร่างกายของเราได้หลั่งฮอร์โมนเพื่อฟื้นฟูร่างกายได้เต็มที่ค่ะ นอกจากจะทำให้ร่างกายได้ฟื้นฟูเต็มที่แล้ว ก็ยังช่วยให้ไม่เกิดรอยคล้ำใต้ตาที่ทำให้ดูแก่กว่าวัยอีกด้วย และการนอนผิดท่า อย่างการนอนตะแคงไปด้านในด้านหนึ่ง หรือนอนคว่ำ ทำให้ใบหน้ากดกับหมอน หรือโดนดึงด้วยแรงโน้มถ่วง และทำให้เกิดริ้วรอย เกิดรอยพับบนใบหน้าได้ ถ้าไม่อยากให้หน้าเหี่ยวก่อนวัยอันควร ควรจะหลับด้วยท่านอนหงาย ไม่นอนตะแคงไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือนอนคว่ำนะคะ อีกอย่าง การนอนหงายจะทำให้เราหายใจสะดวก รับออกซิเจนได้อย่างเต็มที่ ทำให้หายใจได้เต็มปอด และช่วยให้ออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงเซลล์ในร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ จะได้รู้สึกเฟรช! ตื่นมาด้วยความสดชื่นอีกด้วย 


8. ไม่เครียด รู้จักปล่อยวาง 



การที่เราเครียด นอกจากจะทำหน้านิ่วคิ้วขมวดซ้ำ ๆ จนเกิดริ้วรอยแล้ว ยังทำให้เกิดอาการตึงที่คอ บ่า ไหล่ จะทำให้มัดกล้ามเนื้อทำงานหนักอีกด้วยค่ะ ถ้าใครไม่อยากให้มีรอยตีนกา มาเดินรอบ ๆ ใบหน้าก่อนวัยอันควร ก็ต้องพยายามไม่เครียด และรู้จักปล่อยวางให้เป็น เย็นให้ได้ แล้วเราจะสวยขึ้นค่ะ! นอกจากจะทำให้ผิวเหี่ยวแล้ว เจ้าความเครียมก็ยังทำให้ร่างกายสร้างสารอนุมูลอิสระ ที่ทำร้ายเซลล์ผิวมากกว่าเดิมด้วย รู้แบบนี้แล้ว เวลาเครียด ๆ ต้องตั้งสติ ยุบหนอพองหนอ แล้วท่องว่าไม่ได้! ต้องไม่เครียด เดี๋ยวเราไม่สวย! กันนะคะ พยายามยิ้มและหัวเราะเยอะ ๆ จะเป็นการบริหารมัดกล้ามเนื้อใบหน้า นอกจากการหัวเราจะทำให้หายเครียดแล้ว ยังช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ดีขึ้นอีกด้วย 


9. นวดหน้าบ่อย ๆ เป็นประจำ

 


การนวดหน้าเป็นการกระตุ้นผิวหนัง และรูขุมขนบนใบหน้า เป็นการดีท็อกซ์ผิวรูปแบบหนึ่ง ที่ช่วยขับของเสียและสารอนุมูลอิสระออกจากใบหน้าของเรา วิธีนวดหน้าก็ง่าย ๆ ค่ะ เพื่อน ๆ สามารถดูได้ที่ 5 กระบวนท่า นวดหน้าด้วยตัวเองง่าย ๆ ได้ที่บ้าน หรือจะเป็น วิธีกดจุดนวดหน้า ให้หน้าเด็ก หรือ มารู้จัก "นวดเดรนน้ำเหลือง" ลดสิว ลดหน้าบวม ทั้งการนวดหน้าด้วยมือธรรมดา หรือการนวดหน้าด้วยอุปกรณ์อย่างหินกัวซา ก็จะช่วยเดรนน้ำเหลือง ขับของเสียในร่างกายออก ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่งมากขึ้น ลดบวม และกระชับผิวหนัง ควรนวดหน้าอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ไม่ควรนวดแรงหรือบ่อยเกินไป เพราะจะทำให้ใบหน้าเกิดริ้วรอยแทนที่จะสวยได้ค่ะ


10. สวยทันใจ ด้วยการเข้าคลินิก



ถ้าใครที่ทำวิธีข้างต้นมาแล้วไม่ได้ผล อยากได้วิธีสวยทางลัดให้เห็นผลเร็ว ๆ ก็ต้องพึ่งหมอและคลินิกกันแล้วล่ะค่ะ ณ จุด ๆ นี้! ใครที่ไม่กลัวเข็มก็จัดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ร้อยไหม ไปหวาน ๆ โบท็อกซ์นั้น สามารถฉีดได้ก่อนอายุ 30 เลย เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อหน้าตึง ไม่ขยับบ่อย ๆ ให้เกิดริ้วรอย ฟิลเลอร์ก็ช่วยให้หน้าดูเต่งตึง และร้อยไหมช่วยยกกระชับใบหน้า หรือถ้าใครกลัวเข็มก็ลองพวก Ulthera หรือ Thermage ดู ที่ใช้เป็นเครื่องยิง และใช้เป็นคลื่นความถี่วิทยุ กระตุ้นใต้ผิวหนัง ช่วยลดเลือนริ้วรอย กระตุ้นให้ผิวหนังสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน แถมไม่ต้องพักฟื้นด้วย ยิงเสร็จปุ๊บ เดินชอปปิงต่อได้เลย หรือใครอยากจะผ่าตัดเอาเนื้อส่วนเกินออก แล้วยกกระชับใบหน้าไปเลยให้จบ ๆ ก็ได้ ถ้าใครเลือกไม่ได้ว่าควรทำแบบไหน แนะนำให้ไปปรึกษาที่คลินิกเลยค่ะ เพราะว่าสภาพผิวของแต่ละคน ก็มีวิธีการรักษาแตกต่างกันไป จะได้สวยเป๊ะ แบบไม่โป๊ะ!



ขอบคุณข้อมูลจาก : wongnai.com

ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com


บริษัท ธนรัฐ คอมเมิร์ซ จำกัด   (Tanarath  Commerce Co., Ltd.)


ที่อยู่ในการติดต่อ :

เลขที่ 1/131  ซอยประชาอุทิศ 76 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ   กรุงเทพมหานคร 10140

No. 1/131 Soi Pracha Uthit 76, Pracha Uthit Rd., Thungkhru, BKK 10140

Tel.
0-9588-73039     |     Email : admin@tanarath.com

Copyright ®  2023 | TANARATH COMMERCE

Powered by Autodigi
contact